คนไทยเราส่วนใหญ่มักมีปัญหาคือ
ไม่ค่อยใช้ความคิด โดยเฉพาะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเหตุผลก็มีหลายประการ เช่น
ระบบการศึกษา , ระบบอาวุโส , ระบบราชการ ฯลฯ
แต่จริงๆ แล้ว
ความคิดสร้างสรรค์ก่อให้เกิดความแตกต่าง จะดีไหม หากคนไทยคิดไม่เหมือนกัน 63 ล้านคน เราก็จะได้ความคิดใหม่ๆถึง 63 ล้านความคิด
คนที่เรียนวิชาการตลาด มักให้คำจำกัดความว่า “ การตลาด คือ การสนองตอบความต้องการของลูกค้า ” แต่จริงๆแล้ว มันอาจถูกต้องแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ในทางกลับกัน การตลาด
ก็คือ การสร้างความต้องการให้ลูกค้าเกิดความต้องการในสินค้าของเรา เช่นตัวอย่าง
เคยมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ Steve Jobs(สตีฟ จอส์บ)
ว่าเขาใช้บริษัทวิจัยการตลาดอะไรหรือทำการวิจัยสินค้าอย่างไร
เขาตอบนักข่าวโดยทันทีว่า เขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องการวิจัยตลาด
เพราะลูกค้าไม่รู้หรอกว่าเขาต้องการอะไร พร้อมกันนั้นเขายังยกตัวอย่างว่า ในอดีต
หาก เฮรี่ ฟอร์ด คนสร้างรถยนต์คันแรก มัวแต่ไปวิจัยการตลาดว่าคนต้องการ
รถม้าอย่างไร(ซึ่งตอนนั้นคนยังเดินทางโดยสารโดยรถม้า) คำตอบที่ได้ก็คือ
คนต้องการรถม้าที่แข็งแรงและม้าต้องวิ่งไวที่สุด ดังนั้นพวกเราจึงไม่ต้องแปลกใจที่
Steve Jobs(สตีฟ จอส์บ) ได้คิดค้น
นวัตกรรมใหม่เป็นสินค้าตระกูล I เช่น IMac , IBook , IPod ฯลฯ ให้ลูกค้าใช้
ดังนั้น กระผมเชื่อว่า ประเทศไทยของเราต้องการคนประเภท
Steve Jobs(สตีฟ จอส์บ) มากๆ แต่สิ่งที่เป็นตัวขัดขวางก็คือ
ระบบการศึกษา ผมยังจำได้ว่า ตอนเด็กๆ
ครูมักสอนให้ท่องจำมากกว่าสอนให้นักเรียนรู้จักคิด เช่น
สอนให้จำปีที่คนไทยต้องเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1และครั้งที่ 2 ว่าเป็น พ.ศ.อะไร แต่ไม่สอนให้ใช้ความคิดว่า
ทำไมถึงต้องเสียกรุงศรีอยุธยา อีกทั้งระบบการศึกษาในอดีตและทั้งปัจจุบัน
ยังไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์
อีกทั้งเด็กนักเรียนไทยไม่กล้าถาม เพราะหากถามหรือมีความคิดที่แตกต่างไปจากคุณครู
มักจะโดนดุด่า ทำโทษ จึงทำให้เด็กไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป
ระบบอาวุโส
คนไทยเราตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน มักมีความเคารพนับถือ
เชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ ผมไม่ได้รังเกียจระบบอาวุโส แต่ระบบอาวุโส
เป็นส่วนหนึ่งในการทำลายความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยเราส่วนใหญ่ เด็กๆ มักจะไม่กล้าโต้แย้งกับผู้ใหญ่
พวกเรามักเคยได้ยินคำโบราณที่ผู้หลักผู้ใหญ่ชอบใช้อ้างถึงเวลาสอนเด็กว่า “ ฉันเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนแก ” ทำนองนี้
ระบบราชการ
เป็นอีกส่วนหนึ่งที่คอยขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ในระบบนโยบายสำคัญๆ หรือ
คำสั่งสำคัญๆ มักมาจากเบื้องบน ผู้ที่อยู่เบื้องล่าง ต้องปฏิบัติตาม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาสำคัญๆ ต้องอาศัยความคิดที่ดีๆ ในการแก้ปัญหา
ความคิดเห็นของคนเบื้องล่างก็อาจมีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาได้เช่นกัน
เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน
พวกเราส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตที่เหมือนเดิมทุกๆวัน บางคนเบื่อหน่ายกับชีวิต
แต่เราสามารถสร้างความสนุกให้กับชีวิตได้ก็ด้วยการคิดสร้างสรรค์ นั้นเอง ตัวอย่าง
ท่านลองเปลี่ยนเส้นทางเดินทางไปทำงานบ้าง , ท่านลองจดกระดุมให้แตกต่างกันทุกวันบ้าง
(วันนี้จดจากบนลงล่าง,พรุ่งนี้จดจากล่างขึ้นบน,เมื่อเรื่องนี้ จดจากตรงกลางลงล่างแล้วขึ้นข้างบน เป็นต้น) , ท่านลองสร้างสรรค์โดยการตกแต่งห้องทำงานใหม่
เพราะหลายท่านต้องใช้เวลาทำงานที่ทำงานนานกว่าที่บ้านจึงควรให้ความสำคัญกับบรรยากาศในการทำงาน



































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น