วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

โรงเรียนอนุบาลพะเยา คุณก็เป็นนักพูดได้






                      อาชีพนักพูด เป็นอาชีพหนึ่งที่มีความน่าสนใจในยุคปัจจุบัน เพราะยุคปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร การนำเสนอโดยการพูดที่มีความสนุกสนาน การนำเสนอโดยการพูดที่มีความน่าสนใจ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ฟังให้ความสนใจและอยากฟัง

                       นักพูดจึงเป็นคนที่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ภายในสมอง ผ่านกระบวนการคิด แล้วผ่านการนำเสนอโดยการพูดที่น่าสนใจ ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น การใช้น้ำเสียง การประดิษฐ์ถ้อยคำที่แปลกใหม่ การใช้ท่าทางในการพูด ตลอดจนถึงจังหวะการพูด มีการหยุด มีการเน้น มีการอ้างอิงคำคม คำกลอน เพื่อให้เกิดความหลากหลาย

                     ซึ่งคุณสมบัตินักพูดที่ดีมีดังนี้

                        1.มีข้อมูลในการพูด เช่นเขาให้พูดเรื่องการเมืองก็ต้องมีข้อมูลทางด้านการเมืองมากพอ เขาให้ไปพูดเรื่องการขาย ก็ต้องมีข้อมูลด้านการขายมากพอ เขาให้ไปพูดเรื่องเศรษฐกิจ ก็ต้องมีข้อมูลด้านเศรษฐกิจมากพอ สรุปคือ ถ้าเขาจะให้ไปพูดเรื่องอะไร ก็ต้องมีข้อมูลในเรื่องนั้นๆมากพอที่จะไปพูดให้เขาฟังได้

                        2.มีศิลปะการถ่ายทอด ผู้พูดคนที่ 1 มีข้อมูลมากแต่เวลาถ่ายทอดคนไม่เข้าใจ แต่ผู้พูดคนที่ 2 มีข้อมูลน้อยกว่า แต่เวลาพูดคนเข้าใจ สาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจาก คนที่สองเขามีศิลปะในการถ่ายทอดหรือศิลปะในการพูด ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายและผู้ฟังชื่นชอบ

                       3.มีใจรักที่จะทำ หรือมีเป้าหมายที่จะเป็นนักพูด หลายคนเห็นคนอื่นพูดเก่งก็อยากที่จะพูดเก่งบ้าง แต่ไม่มีใจรักที่จะทำหรือมีเป้าหมายที่จะเป็นนักพูด เมื่อฝึกฝนไปได้ระยะหนึ่งก็จะเลิกล้มความตั้งใจ แต่ตรงกันข้ามกับคนที่ต้องการเป็นนักพูดอย่างจริงจัง เขาจะกัดไม่ปล่อย เขาจะฝึกฝน เขาจะเรียนรู้ เขาจะพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง

                     4.มีการวิเคราะห์ นักพูดที่ดีต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ ว่าเราจะพูดให้ใครฟัง เราจะพูดเรื่องอะไร เราจะต้องใช้ตัวอย่างอะไรประกอบกับกลุ่มผู้ฟังนี้ เราจะพูดเพื่อวัตถุประสงค์อะไร สถานที่มีขนาดใหญ่เล็กคับแคบแค่ไหน จำนวนคนฟังมีมากน้อยขนาดไหน สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยของความสำเร็จในการเป็นนักพูด

                      5.มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ หลายคนเมื่อพูดไปได้สักระยะ เริ่มดังแล้ว เริ่มมีชื่อเสียง ก็หยุดที่จะเรียนรู้ หยุดที่จะพัฒนา จึงทำให้เกิดความล้าหลัง สาเหตุที่ล้าหลังก็เนื่องมาจากยุคปัจจุบันเป็นยุคของการแข่งขัน จึงถูกนักพูดหน้าใหม่ๆ ตามทัน

                       6.มีภูมิคุ้มกันอุปสรรค อาชีพนักพูด ถ้าพูดไปแล้ว มันไม่ได้เป็นกันง่ายๆ นักพูดดังๆ ทุกคน ต้องเคยผ่านอุปสรรคต่างๆมาอย่างมากมาย นักพูดทอล์คโชว์ชื่อดังบางคน ในอดีตพูดแล้วคนฟังไม่หัวเราะ ฟังไม่สนุก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ เขาจึงได้มาเป็นนักพูดทอล์คโชว์ในยุคปัจจุบัน

                      7.มีการรักษาสุขภาพที่ดี นักพูดที่พูดได้ดี มักจะเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง เพราะถ้าเป็นโรคประจำตัว เป็นหวัด ก็จะทำให้พลังของการพูด พลังของการเคลื่อนไหวร่างกายลดลง

                    สรุปแล้ว คนเราทุกคน สามารถเป็นนักพูดได้ นักพูดที่เก่งๆ ดังๆ มีชื่อเสียง ทั้งในอดีตและในปัจจุบัน หากเราไปศึกษาประวัติของพวกเขา เราจะทราบได้ว่า พวกเขาทุกคน ล้วนแต่ผ่านการฝึกฝน เรียนรู้ ผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านความล้มเหลว ผ่านความผิดหวัง แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ยอมแพ้ และถ้าหากท่านได้ลองไปสอบถาม พวกเขาว่า การเป็นนักพูดนั้น เป็นพรสวรรค์หรือพูดเก่งมาตั้งแต่เกิดหรือไม่ กระผมเชื่อแน่ว่า พวกเขาจะตอบว่า เป็นพรแสวง ต่างหาก ฉะนั้น ท่านสามารถเป็นนักพูดกันได้ทุกคน ถ้าหากท่านต้องการมันจริงๆ








































วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

โรงเรียนอนุบาลพะเยา (การตลาด ภิวัตน์)






                สภาพการแข่งขันทางด้านธุรกิจในยุคปัจจุบัน ทำให้ศาสตร์ทางด้านการตลาดมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ พัฒนา ต่อยอด ปรับเปลี่ยนและหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้ทันกับการแข่งขันในยุคปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยเรา มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ ศึกษา ศาสตร์ทางการตลาด เพราะโลกในยุคนี้ เปิดกว้างให้คู่แข่งขันจากประเทศต่างๆ เข้ามาแข่งขันได้มากขึ้น อาทิเช่น การเปิดโอกาสทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะต้องมีการเปิดโอกาสทางด้านเศรษฐกิจนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป

              โลกไร้พรมแดน การตลาดไร้พรมแดนหรือการตลาด.ภิวัฒน์ นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ธุรกิจที่จะสร้างความร่ำรวยและยิ่งใหญ่ให้กับเจ้าของกิจการ ผู้บริหารมักจะต้องมองไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วโลก มากกว่ามองหาลูกค้าภายในประเทศ จึงไม่เป็นที่แปลกใจเลย ที่สินค้าหลายๆตัวซึ่งมีสัญชาติไทย ได้ออกไปขายสินค้ายังตลาดต่างประเทศมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง , เบียร์ช้าง , สาหร่ายทอดเถ้าแก่น้อย เป็นต้น

                ปัจจัยที่จะทำการตลาดในระดับโลกให้ประสบความสำเร็จมีอยู่หลายปัจจัย กล่าวคือต้องทำการศึกษาและหาข้อมูลต่างๆ ในประเทศที่เราจะไปลงทุน เช่น พฤติกรรมผู้บริโภคของคนในประเทศนั้นๆ , นโยบายของรัฐบาล , กฎหมายทางด้านการค้าระหว่างประเทศ , ภาษีระหว่างประเทศ , วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ภาษา ฯลฯ

                สำหรับการตลาดภายในประเทศ เราคงต้องมองออกไปให้กว้าง เพราะหากเปิด AEC (ASEAN Economic Community)หรือความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจในประชาคมอาเซียน เราจะมีประชากรทั้งหมดเกือบ 600 ล้านคน ไม่ใช่แค่ 60 ล้านคนเหมือนในอดีตอีกแล้ว ฉะนั้น นักธุรกิจชาวไทยคงต้องไวต่อการแข่งขัน เพราะตลาดที่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นของเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา ฯลฯ

                  กลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม ยังคงเป็นกลยุทธ์แม่บทที่ยังใช้ได้และทรงอนุภาพมาก ถ้าหากนำไปใช้อย่างถูกจังหวะ เวลา เพราะธรรมชาติของมนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา มักชอบสินค้าที่มีโปรโมชั่นเหล่านี้

                      การสื่อสารการตลาด โปรโมชั่นมิกซ์ จะต้องทำอย่างกระจายทุกรูปแบบมากกว่าในสมัยอดีต เพราะในยุคปัจจุบันมีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นและได้รับความนิยมมากมาย เพราะในอดีตเรามักเน้นการโฆษณาลง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ วิทยุ แต่ยุคปัจจุบัน โลกได้เปลี่ยนไป สื่อต่างๆมีมากและทันสมัย ทำให้กลุ่มเป้าหมายที่จะซื้อสินค้าของเรา สามารถเลือกที่จะบริโภคสื่อที่แตกต่างกันออกไป เช่น การเลือกบริโภคสื่อทางอินเตอร์เน็ต , การเลือกชมสื่อทางโทรทัศน์ดาวเทียมในรายการที่ตนเองชื่นชอบ , การเลือกฟังรายการวิทยุชุมชนที่ตนเองชื่นชอบ เป็นต้น

                   ดังนั้นการทำโปรโมชั่นมิกซ์ จึงต้องทำให้มีความหลากหลาย แต่ต้องทำอย่างมีคุณภาพทำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ขอแค่ให้ได้ทำหรือทำเหมือนกับการหว่านทรัพย์ให้ละลายในแม่น้ำ ซึ่งการทำโปรโมชั่นมิกส์อย่างได้ผลก็คงต้องยึดหลัก 4 หลักใหญ่ๆ คือ การโฆษณา , การประชาสัมพันธ์,การขายโดยตรงโดยพนักงานขายและการส่งเสริมการขาย ซึ่งการจะใช้ตัวใดมากน้อยเพียงใด ก็คงต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องของงบประมาณ บุคลากร เทคโนโลยี ของแต่ละองค์กรไป

                    เมื่อการสื่อสารไฮเทค นักการตลาด.ภิวัฒน์ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องไฮเทคตาม โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกที่ใช้เทคโนโลยีกันมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการสื่อสาร เช่น ปัจจุบันเราสามารถอ่านข่าวได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ , เราสามารถโอนเงินผ่านเทคโนโลยีได้อย่างง่ายดาย , เราสามารถดูโทรทัศน์ผ่านมือถือได้อย่างง่าย นักการตลาดสมัยใหม่จึงต้องเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ในการขยายฐานลูกค้าให้ได้มากขึ้น เพราะเกมการแข่งขันทางธุรกิจต้องสู้กันด้วย ความไว ความถูกต้อง ความสบาย และความมีประสิทธิภาพด้วย

                   ตัวอย่างเช่น เทเลช็อปปิ้ง Tele Shopping เป็นตัวอย่างในการขายสินค้าด้วยแคตาล็อก โดยผ่านไดเร็กต์ เมล์ ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิตหรือบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ได้มีโอกาสเห็นหน้าหรือพบปะกันเลย

                 โลกไร้พรมแดน สินค้าไร้พรมแดน ใครจะนึกว่า สินค้าทุกประเภทจะสามารถขายแข่งขันกันได้อย่างเสรีดังเช่นในยุคปัจจุบัน เคนตั๊กกี้ KFC , ดังกิ้น โดนัท , พิซซ่าฮัท ฯลฯ สินค้าเหล่านี้สามารถขายแข่งขันกับข้าวแกงตามท้องถนนของประเทศไทยได้

                  โลกเป็นหนึ่งเดียว และใครจะไปรู้ว่า ในประเทศไทยของเรา มีสินค้าต่างๆที่คนทั่วโลกมีหรือคนทั่วโลกใช้เหมือนกันหรือแทบไม่แตกต่างกัน ตัวอย่าง อาหารอินเดียมาขายในเมืองไทยมากขึ้น อาหารของประเทศต่างๆมาขายในประเทศไทยเรามากขึ้น นักการตลาด.ภิวัฒน์ จึงต้องมองการตลาดให้มีความลึกซึ้ง มองในหลายมิติมากกว่าในอดีต

                   เพื่อนร่วมค้า จับมือคู่แข่ง ท่านผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะรู้สึกว่า การทำธุรกิจในยุคนี้ เริ่มยาก เริ่มมีความซับซ้อนและในอนาคตก็จะมีความยากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า เนื่องจาก ปลาใหญ่จะมากินปลาเล็ก (บริษัทใหญ่ข้ามชาติจะเข้ามาซื้อกิจการต่างๆของไทยเรา) ดังนั้นหากท่านไม่ต้องการแข่งขัน ยุทธวิธีอย่างหนึ่งที่ท่านจะทำได้ก็คือ การเป็นพันธมิตรการค้าร่วมกันกับคู่แข่ง กลยุทธ์นี้มีมานานแล้ว ท่านไม่ควรที่จะยึดอัตตามากจนเกินไป เพราะบางองค์กรเคยยิ่งใหญ่ แต่เป็นประเภทยอมหักไม่ยอมงอ ประเภทสู้ตาย ผลที่ได้รับก็คือ ตายจริงๆ เพราะสุดท้ายก็ต้องปิดกิจการหรือเลิกกิจการไป

                   องค์กรในสหรัฐอเมริกา มีการจับมือกันเป็นพันธมิตรกันอย่างมากมาย เช่น แอปเปิล คอมพิวเตอร์ จับมือกับ ดิจิตอล ในการวิจัยและพัฒนาถึงแม้จะเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์เหมือนๆกัน หรือ ฟอร์ด จับมือกับ มาสด้า ในการช่วยกันทำงานทางด้านเทคโนโลยีและการหาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง เป็ปซี่ , โค้ก และกรีนสปอต ยังเคยจับมือกันลงทุนเปิดบริษัทผลิตแก้วผลิตกระป๋องแคนของตนเองร่วมกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

                   การจับมือกันทำให้เกิดชัยชนะร่วมกัน( win-win) แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือเรื่องของจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรม เพราะบางธุรกิจ เมื่อจับมือกันแล้วก็มักจะเอาเปรียบผู้บริโภค โดยการขึ้นราคาหรือการกำหนดราคาเอง ทำให้ได้กำไรเป็นจำนวนมาก ถ้าหากท่านเป็นคนหนึ่งที่ใช้กลยุทธ์นี้ กระผมหวังว่าท่านจะมีจิตสำนึกดังกล่าวด้วย

                  ท้ายนี้ กระผมเชื่อว่า ในยุคของพวกเรา พวกเราไม่สามารถหลีกหนี การตลาด.ภิวัฒน์ได้ ดังนั้นสิ่งที่พวกเราควรที่จะทำก็คือ เราต้องมีการปรับตัว เราต้องศึกษา เราต้องทำความเข้าใจ เพื่อที่จะใช้ชีวิตในโลกของการแข่งขันที่ไร้พรมแดนได้อย่างมีความสุข